ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ร่วมกับสำนักกิจการนักศึกษา สโมสรนักศึกษา และคณะวิชา

ร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย

ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ร่วมกับสำนักกิจการนักศึกษา สโมสรนักศึกษา และคณะวิชา

จัดโครงการเรียนรู้และส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย และ โครงการส่งเสริมความเป็นไทย

1. เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก

อาจารย์อุษา กล้าวิจารณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

เป็นประธานและรับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก "กัณฑ์ฉกษัตริย์"

ในวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 เวลา 13.00 - 14.00 น. ณ หอประชุมพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

อาจารย์อุษา กล้าวิจารณ์ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พร้อมเข้าเฝ้ารับพระราชทานของที่ระลึก

ในวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 เวลา 14.30 น. ณ หอประชุมพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

การจัดงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ.pdf
รูปสรุปโครงการงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ.pdf
สรุปรูปโครงการประเพณีสงกรานต์ และสืบสานวันมรดกไทย ประจำปีการศึกษา 2561.pdf

อานิสงส์การฟังเทศน์มหาชาติชาดกแต่ละกัณฑ์

มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก

มหาชาติ

เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ที่ได้เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรและเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คนไทยรู้จักและคุ้ยเคยกับมหาชาติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่ปรากฏในหลักฐานในจารึกนครชุม และในสมัยอยุธยาก็ได้มีการแต่งและสวดมหาชาติคำหลวงในวันธรรมสวนะ ส่วนการเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีที่สำคัญในทุกท้องถิ่นและมีความเชื่อกันว่า การฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียวจะได้รับอานิสงส์มาก

ผู้แต่ง

    • สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

    • พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    • กวีสำนักวัดถนนกวีวัดสังขจาย(พระเทพโมลี (กลิ่น)

    • (เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

ลักษณะคำประพันธ์

ความเรียงร้อยแก้ว ร่ายยาว กลบท กลอนพื้นบ้านจุดมุ่งหมายในการแต่งเพื่อใช้ในการสวด เทศนาสั่งสอน

ความเป็นมา

เวสสันดรชาดกนี้เป็นเรื่องใหญ่จัดรวมไว้ในมหานิบาตชาดกรวมเรื่องใหญ่ ๑๐ เรื่อง ที่เรียกกันว่า ทศชาติ แต่อีก ๙ เรื่อง ไม่เรียกว่ามหาชาติ คงเรียกแต่เวสสันดรชาดกเรื่องเดียวว่า มหาชาติ ข้อนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดประทานอธิบายว่า พุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดจนประเทศใกล้เคียงนับถือกันมาแต่โบราณว่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก สำคัญกว่าชาดกอื่น ๆ ด้วยปรากฏบารมีของพระโพธิสัตว์บริบูรณ์ ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมี

อานิสงส์การฟังเทศน์มหาชาติ

การตั้งใจฟังเทศน์มหาชาติให้จบเพียงวันเดียวครบบริบูรณ์ ทั้ง ๑๓ กัณฑ์จะเป็นเหตุให้สำเร็จความปรารถนาทุกประการดังนี้

๑. เมื่อตายจากโลกนี้แล้ว จะมีโอกาสได้พบพระพุทธเจ้า พระนามว่า ศรีอริยเมตไตย ในอนาคต

๒. เมื่อดับขันธ์ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ จะเสวยทิพยสมบัติมโหฬาร

๓. เมื่อตายไปแล้วจะไม่ตกนรก

๔. เมื่อถึงยุคพระพุทธเจ้าพระนามว่า ศรีอริยเมตไตย จะได้จุติไปเกิดเป็นมนุษย์

๕. ได้ฟังธรรมต่อหน้าพระพักตร์ของพระพุทธองค์ จะได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระอริยบุคคล ในบวรพุทธศาสนา

มูลเหตุการณ์เล่าเรื่องมหาชาติ

คัมภีร์ธัมมบทขุททกนิกายกล่าวว่า เรื่องเวสสันดรชาดกเป็นพุทธดำรัสที่สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ขีณาสพสองหมื่นรูป และพระประยูรญาติที่นิโครธารามหาวิหารในนครกบิลพัสดุ์ ในคราวเสด็จโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา และพระวงศ์ศากยะบรรดาพระประยูรญาติไม่ปรารถนาจะทำความเคารพพระองค์ ด้วยเห็นว่าอายุน้อยกว่า

พระองค์ทรงทราบความคิดนี้จึงทรงแสดงยมกปกฏิหาริย์ โดยเสด็จขึ้นเบื้องนภาอากาศแล้วปล่อยให้ฝุ่นละอองธุลีพระบาทตกลงสู่เศียรของพระประยูรญาติทั้งหลาย พระประยูรญาติจึงได้ละทิ้งทิฐิแล้วถวายบังคมพระพุทธเจ้า ขณะนั้นได้เกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุทั้งหลายเห็นเป็นอัศจรรย์จึงได้ทูลถาม พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วในอดีต แล้วจึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือเรื่องมหาชาติให้แก่พระภิกษุและพระประยูรญาติ

มหาเวชสันดรชาดก

เป็นชาดกที่มีความสำคัญมากกว่าชาดกอื่นๆ เพราะพระบารมีของพระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญบริบูรณ์ในพระชาตินี้ มหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ บารมี คือ

ทานบารมี = ทรงบริจาคทรัพย์สิน ช้าง ม้า ราชรถ พระกุมารทั้งสองและพระมเหสี

ศีลบารมี = ทรงรักษาศีลอย่างเคร่งครัดระหว่างทรงผนวชอยู่ ณ เขาวงกต

เนกขัมมบารมี = ทรงครองเพศบรรพชิตตลอดเวลาที่ประทับ ณ เขาวงกต

ปัญญาบารมี = ทรงบำเพ็ญภาวนามัยปัญญาตลอดเวลาที่ทรงผนวช

วิริยาบารมี = ทรงปฏิบัติมิได้ย่อหย่อน

สัจจบารมี = ทรงลั่นพระวาจายกกุมารให้ชูชก เมื่อพระกุมารหลบหนีก็ทรงติดตามให้

ขันติบารมี = ทรงอดทนต่อความยากลำบากต่าง ๆ ขณะที่เดินทางมายังเขาวงกต และตลอดเวลาที่ประทับ ณ ที่นั่น แม้แต่ตอนที่ทอดพระเนตรเห็นชูชกเฆี่ยนตีพระกุมารอย่างทารุณพระองค์ก็ทรงข่มพระทัยไว้ได้

เมตตาบารมี = เมื่อพราหมณ์เมืองกลิงคราษฎร์ มาทูลขอช้างปัจจัยนาค เนื่องจากเมืองกลิงคราษฎร์ฝนแล้ง ก็ทรงพระเมตตตาประทานให้ และเมื่อชูชกมาทูลขอสองกุมาร อ้างว่าตนได้รับความลำบากต่าง ๆ พระองค์ก็มีเมตตาประทานให้ด้วย

อุเบกขาบารมี = เมื่อทรงเห็นสองกุมารถูกชูชกเฆี่ยนตี วิงวอนให้พระองค์ช่วยเหลือ ทรงบำเพ็ญอุเบกขา คือทรงวางเฉย เพราะทรงเห็นว่าได้ประทานเป็นสิทธิ์ขาดแก่ชูชกไปแล้ว

อธิษฐานบารมี = คือทรงตั้งมั่นที่จะบำเพ็ญบารมีเพื่อให้สำเร็จโพธิญาณาเบื้องหน้าก็มิได้ทรงย่อท้อ จนพระอินทร์ต้องประทานความช่วยเหลือต่าง ๆ เพราะพระทัยอันแน่วแน่ของพระองค์

เนื้อเรื่อง

หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหารย์ ทำให้พระประยูรญาติละทิฐิยอมถวายบังคม ก็บังเกิดฝนโบกขรพรรษ พระภิกษุทั้งหลายจึงได้ทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสเล่าว่า ฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วในอดีต พระองค์จึงทรงแสดงธรรมเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือเรื่องมหาชาติ ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ตามลำดับ

2. ปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ

รูปสรุปโครงการปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ.pdf
เชิญชวนบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรม.pdf

3. ประเพณีวันเข้าพรรษา

ศูนย์วัฒนธรรมฯ ร่วมกับคณะวิชา จัดโครงการประเพณีวันเข้าพรรษาร่วมกับกิจกรรมตักบาตรเติมบุญ

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.00 - 09.30 น. ณ อาคารพลกฤษณ ประโมทะกะ

โดยมีกิจกรรม ดังนี้

- ตักบาตรพระสงฆ์ร่วมกับกิจกรรมตักบาตรเติมบุญ

- ถวายเทียนจำนำพรรษา หลอดไฟ ชุดสังฆทาน จำนวน 10 ชุด